บทสัมภาษณ์สัมภาษณ์ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

0
777

ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์สัมภาษณ์ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์กับนักลงทุนจึงขอแชร์

ผมยังเชื่ออยู่เสมอว่าการลงทุนสามารถสร้างโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตจากยาจกให้กลายเป็นเศรษฐี แต่นักลงทุนต้องศึกษาและเรียนรู้ว่าเศรษฐกิจเติบโตอย่างไร เมื่อคุณเข้าใจคุณก็จะไม่ทำแบบเดียวกับที่ผมทำเมื่อยี่สิบปีที่แล้วแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ที่หลักการในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จยังเป็นแบบเดิม แต่กาละและเทศะไม่เหมือนเดิมแล้ว

ยี่สิบปีก่อนเมืองไทยเติบโตเร็ว แต่ในยุคนี้ชัดเจนว่าเมืองไทยในอีก 20 ปีข้างหน้าจะเติบโตช้าลง เพราะปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือคนแก่ตัวลง ซึ่งเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตรงนี้ได้ เพราะการไปบอกให้ใครต่อใครมีลูกกันเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย และคนรุ่นใหม่ก็มีค่านิยมว่าเขาไม่ต้องการมีลูกเยอะ หรือบางคู่แต่งงานกันโดยไม่คิดจะมีลูกเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น เราจึงต้องเปลี่ยนไปลงทุนในสถานที่ที่มีการเติบโตเร็ว เช่น ประเทศที่มีเด็กเกิดใหม่เยอะ หรือประเทศที่ประชากรมีศักยภาพสูง ซึ่งประเทศเหล่านี้จะเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ

ถามว่าตอนนี้ผมเลือกไปลงทุนที่ไหน─ถ้าผมหนุ่มกว่านี้สักหน่อยผมคงไปมากกว่านี้ อย่างเช่นตลาดอเมริกาก็น่าสนใจมาก เพราะเป็นที่รวมกันของบริษัทยักษ์ใหญ่และบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ในอนาคตจะต้องเติบโตต่อไป และนับวันโลกจะยิ่งต้องการผลิตภัณฑ์จากบริษัทเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากว่าตอนนี้เราอายุมากขึ้น ศึกษาน้อยลง จึงเลือกเฉพาะประเทศที่ค่อนข้างมั่นใจว่าเศรษฐกิจของเขาจะต้องเติบโตต่อไปได้อีกไกลอย่างเวียดนาม

คนเวียดนามได้รับการพิสูจน์มาตลอดเวลาว่ามีความสามารถและไอคิวสูง ถึงแม้จะเป็นประเทศที่ยังไม่รวย ไม่เจริญ แต่คุณภาพของคนสูงมาก เมื่อทดสอบในระดับนานาชาติจะพบว่าเขาเก่งเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้น เขาจึงมีความสามารถในการทำงานที่ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตมากขึ้นไปอีก และนอกจากความโดดเด่นเชิงคุณภาพแล้ว เวียดนามยังเป็นประเทศที่มีคนหนุ่มสาวเยอะ ย่อมเท่ากับว่ามีแรงงานที่คุณภาพดีในจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอีกปัจจัยที่สำคัญคือการมีระบบเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต

ในอดีต เวียดนามมีเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ซึ่งปิดกั้นโอกาสของคน ทำให้คนเก่งๆ ไม่มีงานทำ แต่ปัจจุบัน เวียดนามเปิดกว้างมากขึ้นเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับระบบเศรษฐกิจเสรีของโลก ดังนั้น ผู้คนก็เข้าไปลงทุนและทำกำไรกันมากมาย และผมก็คิดว่าเวียดนามจะเติบโตต่อไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 20 ปี เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นประเทศของเขาตอนนี้คล้ายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

อ่านบทความเต็มคลิกhttps://adaybulletin.com/talk-conversation-niwes-hemvachiravarakorn/45133