ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นเวียดนามตัวที่แอดเล็งไว้นาน ตกมากจนอยากซื้อ

ฤกษ์ดีแบบนี้ แอดเลยได้ลองโอนเงินไปลงทุนหุ้นเวียดนามตามกฏใหม่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก จะยากง่าย ดีไม่ดีอย่างไรนั้นเรามาติดตามกันได้เลยค่ะ

ที่มา

ธปท. ปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท สำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งเริ่มใช้กฏนี้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562


กฏสำหรับนักลงทุน

  1. เปิดเสรีให้นักลงทุนรายย่อยสามารถออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เองในวงเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (6 ล้านกว่าบาทต่อปี) จากเดิมที่ต้องผ่านตัวกลางในประเทศ หรือต้องมีสินทรัพย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  2. เพิ่มวงเงินรวมสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จัดสรรให้นักลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็น 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4 พันกว่าล้านบาทต่อปี) เพื่อรองรับการออกไปลงทุนในต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศมีความสะดวกมากขึ้น

วิธีการ

  1. สมัครบริการ ธปท. เข้าเว็บ https://ilogin.bot.or.th/idp/Authn/UserPassword
    ( วิธีการแบบละเอียด http://bit.ly/38f86wK )
    Click ลงทะเบียนใหม่-> กรอกข้อมูลส่วนตัว ตั้งค่าผู้ใช้งาน รหัสผ่าน ฯลฯ เมื่อสมัครเสร็จแล้วจะขึ้นที่อยู่ให้เราส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน แต่เราสามารถ Scan ส่งแทนได้
เมื่อเราทำตามข้อ 1 เสร็จแล้วจะมีอีเมลล์ ให้เรายืนยังการขอใช้บริการ และส่งสำเนาบัตรประชาชนตามภาพค่ะ

2. ให้เรา Scan สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ส่งกลับไปที่ ServiceD@bot.or.th สอบถามเพิ่มเติมโทร: 02-283-5666

เมื่อ ธปท. ได้รับข้อมูลแล้วจะส่งอีเมลล์กลับตามภาพ

3. ธปท. จะแจ้งอนุมัติผลความประสงค์เงินลงทุนต่างประเทศ ทางอีเมลล์ให้เรา จากนั้นให้เราเข้า website https://service.bot.or.th เพื่อยื่นแบบลงทุนในกิจการต่างประเทศ พร้อมระบุข้อมูลการลงทุนและวงเงินที่จะส่งไปลงทุนในแต่ละปี

4. หลังจากนั้น ธปท. จะส่งผลรับทราบการลงทุนในกิจการต่างประเทศให้เรา แล้วเราก็พิมพ์แบบตามลิงค์ที่แนบในอีเมล์ เพื่อให้ธนาคารเวลาที่เราจะโอนเงินไปลงทุนหุ้นเวียดนามหรือหุ้นต่างประเทศค่ะ

ธปท. จะส่งผลรับทราบการลงทุนในกิจการต่างประเทศให้เรา แล้วเราก็พิมพ์แบบตามลิงค์ที่แนบในอีเมล์ฉบับนี้เพื่อให้ธนาคาร

5. ก่อนจะโอนเงินได้ เราต้องมีบัญชีธนาคารและบัญชีหุ้นเวียดนามที่เวียดนามก่อนนะคะ

6. Print พอร์ตหุ้นเวียดนามและบัญชีธนาคารที่มีชื่อเรา (กรณีลืม ให้อีเมล์ไปถามธนาคารเวียดนามที่เราเปิดบัญชี ของแอดเปิดกับ BIDV email ถาม Ms. Nhan: nhanltt3@bidv.com.vn พร้อมบอกชื่อ นามสกุล เลขที่ passport เรา)

7. นำหลักฐานทั้งหมดที่ print ยื่นที่ธนาคารเพื่อโอนเงิน กรอกหนังสือรับรองเอาเงินไปลงทุนหลักทรัพย์ในต่างประเทศ (แอดโอนเงินที่ธนาคารกรุงไทย ค่าโอน 1,200 บาท)


ลงทุนตรงที่เวียดนาม Vs. ลงผ่านโบรกไทย
อย่างไหนดีกว่ากัน

1. เรื่องความสะดวก-ค่าใช้จ่ายรวม:

1.1 ลงตรงที่เวียดนาม : มีค่าใช้จ่ายต้องบินไปเปิดพอร์ตธนาคารกับโบรกเกอร์ด้วยตัวเอง (ที่จริงสามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์ได้แต่มีความยุ่งยากในการรับรองเอกสารที่สถานฑูตและกงสุลไทยกว่า) …ค่าธรรมเนียมการซื้อขายประมาณ 0.15-0.40% แล้วแต่ Volume การซื้อขายและโบรกที่เปิด และ หากจะโอนเงินกลับก็ต้องบินไปทำธุรกรรมเองที่เวียดนาม

1.2 ลงผ่านโบรกเกอร์ไทย: การเปิดพอร์ตมีความง่ายกว่ามาก … ค่าธรรมเนียมการซื้อขายส่วนใหญ่เริ่มที่ 0.48% (รวม Vat 7%)โอนไป โอนกลับโบรกเกอร์ไทยจัดการให้ได้เลยค่าธรรมเนียมใกล้เคียงกันทุกโบรกเกอร์

2. สิทธิประโยชน์อื่นๆ

2.1 ลงตรงที่เวียดนาม : เราได้หุ้นเป็นชื่อเราเอง มีสิทธิ์ประชุมผู้ถือหุ้น (แอดได้จดหมายเชิญประชุมทุกไตรมาส) นอกจากนี้เราโอนเงินซื้อหุ้นตอนเช้า- บ่ายเงินเข้าสามารถซื้อหุ้นได้เลย (แอดลองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถ้าผ่านโบรกไทยอาจใช้เวลา 2-3 วัน) ส่วนถ้าขายหุ้นที่มีอยู่เพื่อซื้อตัวใหม่ ไม่ว่าผ่านโบรกเกอร์ไทยหรือเวียดนามก็ต้องรอ 2-3 วัน นอกจากโบรกเกอร์เวียดนามมีออนไลน์เทรดดิ้งแล้วสามารถอัปเดตข่าวสารข้อมูลในAppได้รวดเร็วกว่า.

2.2 ลงผ่านโบรกเกอร์ไทย: หุ้นบางตัวในเวียดนามติด foreign room ไม่สามารถซื้อขายได้ผ่านกระดานหลัก หากเราไม่ใช่นักลงทุนพอร์ตใหญ่ ลงผ่านโบรกเกอร์ไทยจะทำให้เรามีโอกาสได้หุ้นดังกล่าวง่ายมากกว่ามากกว่า โบรกเกอร์ไทยบางแห่งมี partner เป็นโบรกเกอร์เวียดนามหลายแห่งทำให้เราได้อ่านบทวิเคราะห์จากหลายที่ แถมบางทีมีแปลภาษาไทยให้ด้วย….อีกทั้งในส่วนของภาษีเงินปันผลหากลงผ่านโบรกเกอร์ไทยจะได้รับการยกเว้น

ในความความเห็นของแอดมิน จากประสบการณ์ เปิดพอร์ตที่เวียดนาม กับ เปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ไทย มีข้อดีและข้อด้อยต่างกัน ดังนั้นต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในการลงทุนหุ้นเวียดนามของเราว่าเรามีเวลา มีความพร้อมในการลงทุนมากน้อยแค่ไหน หากมีเวลาน้อยและไม่ต้องยุ่งยากในการเดินทางไปประเทศเวียดนามเปิดพอร์ตผ่านโบรกเกอร์ไทยน่าจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าเป็นนักลงทุนประเภท Adventure มีเวลาพอที่จะเดินทางไปเปิดพอร์ตเวียดนาม ทำธุรกรรมกับโบรกเกอร์เวียดนาม พูดคุยกับ Marketing ที่เวียดนาม การเปิดพอร์ตที่เวียดนามท่านอาจได้ประโยชน์ตรงนี้แต่นั้นหมายถึงเวลาและค่าใช่จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับแอดมินนั้น แอดมินเปิดพอร์ต ไว้ทั้งในโบรกเกอร์ไทย.และที่โบรกเกอร์ที่เวียดนาม. เนื่องจากต้องการทั้งความสะดวกสบายจากโบรกเกอร์ไทย. แต่ต้องการความรวดเร็วในการโอนเงินหากต้องการซื้นหุ้นยามเกิด panic เช่นหุ้นเวียดนามกลุ่มท่องเที่ยว การบิน สนามบินตกหนักเนื่องจากไวรัสโคโรน่าที่ผ่านมา การโอนเงินเช้าซื้อหุ้นบ่ายได้ก็ต้องโอนเงินตรงไปพอร์ตเวียดนาม นอกจากนี้การเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์เวียดนามยังได้เพื่อนเป็น Marketing ไว้อัพเดทข้อมูลหุ้นเวียดนามให้ฟังด้วยค่ะ

Credit:
https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/2019/Pages/n6662.aspx
https://www.xe.com/currencyconverter/