“เดิมพันยิ่งใหญ่” ของเกาหลีในเวียดนาม (ที่ไม่สมเหตุสมผล)

วันจันทร์ที่ผ่านมาแอดได้ถามนักลงทุนชาวเกาหลีไปว่า
“ทำไมไม่ค่อยเห็นนักลงทุนเกาหลีในงานสัมมนาหุ้นทั้งๆ ที่ทั้ง FDI และ ETF ในเวียดนามมีสัดส่วนเป็นชาวเกาหลีมากสุด?”
ชาวเกาหลี : “ไม่รู้เหมือนกัน อย่างสัมมนานี้เท่าที่เห็นมี 2 คนเอง (คนไทย 10 กว่าคน) อาจเป็นเพราะภาษาด้วย แต่พวกเราลงทุนในเวียดนามกันเยอะมาก พวกเราชอบสตอรี่ของเวียดนาม แต่ยูไม่ต้องน้อยใจนะ พวกเราก็มีสัมพันธภาพที่ดีกับไทยในเรื่องของดารา-นักร้อง”
แอดเลยถามกลับว่า : ยูรู้จัก Lisa วง Blackpink เปล่า?
ชาวเกาหลี: แน่นอน ผมรู้จักนิชคุณด้วย 55+

ก่อนที่จะนอกเรื่องมากไป ขอตัดกลับมาที่เรื่องหุ้นและข่าวจาก Bloomberg ดีกว่าค่ะ
*เกร็ดน่ารู้:
ETF กองทุนอิงดัชนีหุ้นเวียดนาม (VFM) E1VFVN30: ETF ในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามมูลค่ากว่า 5,600 ล้านบาท มี 2 ประเทศในโลกเท่านั้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้นได้ คือ ที่เกาหลีใต้ Kindex Vietnam และไทย DR – E1VFVN3001 โดย ETF ในเวียดนามมีสัดส่วนเป็นชาวเกาหลีมากสุดเลยค่ะ

*ข่าวจาก Bloomberg
“เดิมพันยิ่งใหญ่” ของเกาหลีในเวียดนาม (ที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล)
เนื้อหาบอกว่า
“เกาหลีมาเวียดนามด้วยรัก”
ทัศนคตินักลงทุนสหรัฐฯ ที่มีต่อเวียดนามนั้นผันผวน
แต่สำหรับชาวเกาหลีเวียดนามเปรียบเสมือนรักแรกพบและค่อยๆrพัฒนากลายเป็นความรักที่มั่นคง
(จากภาพในลิงค์ของ Bloomberg- U.S.Money Flow ขึ้นๆ ลงๆ ขณะที่ Korea Money Flow to Vietnam ETF ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาตลอด 5 ปี)

“กลิ่นไอของกรุงโซลมีในเวียดนาม”
มีนาคมที่ผ่านมากลุ่ม SK ของเกาหลีใต้ประกาศแผนการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ใน Vingroup JSC
นี่จะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ครั้งที่สองของบริษัท หลังจากกันยายนที่ผ่านมาได้ซื้อหุ้น 9.5% ใน Masan Group Corp.

“คำนวนอะไรผิดหรือเปล่า?”
ตอนซื้อ SK ประเมินมูลค่ากลุ่ม Vingroup ในราคา$ 4.31 ต่อหุ้น (P/E 2019 = 43 เท่า)
ขณะที่บริษัทในเครือที่ทำอสังหาริมทรัพย์อย่าง Vinhomes P/E ประมาณ 18.3 เท่า
แะบริษัทในเครือที่ทำห้างสรรพสินค้าอย่าง Vincom Retail P/E ก็ประมาณ 26.2 เท่า

“ค่าพรีเมี่ยมสำหรับบริษัทแม่”
แทนที่จะซื้อหุ้น Vingroup นักลงทุนสามารถซื้อ Vincom Retail+Vinhomes ที่รายได้คิดเป็น 85% ของ Vingroup ได้ในมูลค่าที่ถูกกว่าซื้อบริษัทแม่ แต่แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับ SK ที่จะตัดสินใจว่าต้องการจ่ายเท่าใด
อย่างไรก็ตามในปีนี้ Vingroup ให้ผลตอบแทน 20% (YTD)
ตอนนี้กองทุนที่ลงทุนในเวียดนามมีแค่ 2 ทางเลือกคือ
1. เชิดหน้าซื้อหุ้นบริษัทแม่ที่ราคาแพง (P/E สูง) หรือ
2. อธิบายให้นักลงทุนเข้าใจว่าทำไมเราสู้ผลตอบแทนกับ ETFs ไม่ได้

* เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตระกูล Vin (Vin Family)
ข้อมูลจากสัมมนา Dragon capital 8 เมษายนที่ผ่านมา พูดดึงธุรกิจในตระกูล Vin ซึ่งประกอบด้วย Vingroup + Vinhomes + Vincom Retail นั้น คิดเป็นเกือบ 24% ของดัชนีหุ้นเวียดนาม (VN-Index) (Bloomberg: ขณะที่ 2 ปีที่แล้วคิดเป็นเพียง 8% ของ VN-Index)
โดย Vingroup เป็นหุ้น Market cap สูงสุดในตลาดหุ้นเวียดนาม มีมูลค่ากว่า 15.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (492,170 ล้านบาท) แต่มี P/E = 86 เท่า
ส่วน Vinhomes เป็นหุ้น Market cap สูงอันดับ 2ในตลาดหุ้นเวียดนาม มีมูลค่าประมาณ 13 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (412,794 ล้านบาท) มี P/E = 19.3 เท่า
สุดท้าย Vincom Retail 3.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (111,137 ล้านบาท) สูงอันดับ 11 ในตลาดหุ้นเวียดนาม P/E = 30.4 เท่า

เปรีบนเทียบกับหุ้นไทย
ถ้าเทียบ Vingroup หุ้น Market cap สูงสุดในตลาดหุ้นเวียดนาม มูลค่า 492,170 ล้านบาท ในเชิงธุรกิจและ Market cap น่าจะประมาณหุ้น
CPN (Mrk.Cap= 335,478.00 ล้านบาท)
+ CENTEL (Mrk.Cap= 58,050.00 ล้านบาท)
+ LH (Mrk.Cap= 127,861.93 ล้านบาท)

*จากงานสัมมนา Dragon Capital ที่ผ่านมาเค้าก็มองว่าหุ้นในตระกูล Vin (Vin Family) มี P/E ที่สูง และ Growth ที่กฌไม่แน่ใจว่าจะโตทัน P/E ไหม แถทตระกูล Vin ยังมีน้ำหนักมากอีกในดัชนีหุ้นเวียดนามอีกด้วย
ในฐานะ Value Investor เราควรมองหาหุ้นเวียดนามที่มีราคาที่เหมาะสม และการเติบโตอย่างมั่นคงไปด้วย

Credit:
https://www.bloomberg.com/opinion/articles/2019-04-10/south-korea-s-investment-bonanza-in-vietnam-doesn-t-add-up