Funds talk: หุ้นเวียดนามผันผวนวิกฤตหรือโอกาส?
พร้อมเจาะลึกกองทุนไทยที่ลงทุนหุ้นเวียดนาม

จากสัมมนา “วันรวมพลคนลงทุนหุ้นเวียดนาม” 16 กันยายน 2561
โดย เพจหุ้นเวียดนาม (VVI group)

วิทยากร
1. คุณ วิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัยพ์จัดการกองทุน CIMB-Principle ซึ่งได้เปิดกองทุนหุ้นเวียดนามไปเมื่อตค 60 คือ CIMB-VNEQ-A
2. คุณ พิกุล พิทยาอิสรกุล ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป จำกัด ซึ่งบริหารกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในหุ้นเวียดนาม ( Vietnam private fund )
3. คุณ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ หรือ คุณเผ่า ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด มี Jitta wealthที่ช่วยเลือกหุ้นเวียดนามลงทุน
4. คุณ กมลยศ สุขุมสุวรรณ ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บลจ แอสเซทพลัส ซึ่งเปิดกองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นเวียดนาม คือ ASP-VIET เมื่อ มกราคม 2561
พิธีกร : คุณ จิตติมา ทวาเรศ

เริ่มสัมมนา โดยคุณวิน ซึ่งแนะนำการลงทุน 3 อย่างคือ ทองคำ, หุ้นจีน และหุ้นเวียดนาม
ทำไมถึงมองว่าหุ้นเวียดนามจะดี   เปรียบเทียบ Story ของประเทศไทยกับเวียดนาม  เศรษฐกิจครึ่งปีแรกโต 7.08% ซึ่งถือว่าโตมากๆ สูงที่สุดใน ASEAN
แรงงานเวียดนามเก่ง ราคาไม่แพง คะแนนสอบสูงกว่าค่าเฉลี่ยของไทยทุกวิชา
อายุเฉลี่ยของคนไทย ประมาณ 37.2 ปี  ส่วนเวียดนาม ประมาณ 30 ปี
ถึงแม้ GDP ของเวียดนามเป็นครึ่งนึงของไทย  แต่ GDP growth ต่อปีของเวียดนามเฉลี่ย 6.7% เทียบกับไทย 4.5%
Urbanization ของเวียดนามแค่ 33.6% เทียบกับไทย 50.4%
เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเวียดนามมี 4 อย่าง ได้แก่
Engine # 1 Foreign Direct Investment (FDI )  การลงทุนทางตรง
ปีที่แล้ว มีเงินเข้ามาประมาณ $ 35.9 Billion  และ 1H18 $ 20.3 Billion
ปีนี้เงินเข้ามาแล้ว 600,000 กว่าล้านบาท  ที่เข้ามาเยอะๆ คือญี่ปุ่น เกาหลี และ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นกรลงทุนในโรงงานผลิตจริงๆ เพื่อส่งออก  นอกจากนี้ยังมี Canon , Foxconn , LG , Samsung
ค่าแรงราคาถูกที่พูดถึง ไม่ใช่ Blue collar  แต่หมายถึงระดับ engineers ที่ไม่ค่อยแพง คนเวียดนาม upgrade ตัวเองให้มีคุณภาพสูงตลอดเวลา
การส่งออกโต 16%  และได้ดุลการค้าด้วย

Engine # 2 Exports การส่งออก
ประเทศใน Emerging market ขาดดุลการค้าเป็นส่วนมาก แต่เวียดนามได้ดุลการค้า จากส่งออกสินค้าที่มีราคาถูกมากๆไปที่ อเมริกา จีน และ ยุโรป
สินค้าที่ส่งออกหลักๆคือ มือถือ เช่น ยี่ห้อ Samsung และผลิตหน้าจอของมือถือเช่น iPhone X ด้วย  ส่วน iPhone รุ่นใหม่ยังไม่ได้เช็คข้อมูลว่ามีชิ้นส่วนที่ผลิตที่เวียดนามด้วยหรือไม่

Engine # 3 Tourism การท่องเที่ยว
ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวเข้าเวียดนามประมาณ 10 ล้านคน
ปีนี้ 7 เดือนแรก เข้ามาแล้ว 9 ล้านคน  และมี7 ล้านคนในนั้น เป็นคนเอเชีย โดยส่วนใหญ่เป็นคนจีนไปเวียดนามเยอะมาก
เข้าใจว่าตอนที่ไทยปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ คนจีนส่วนนึงเลยหันไปเที่ยวเวียดนามแทน

Engine # 4 Domestic consumption การบริโภคภายในประเทศ
คนเวียดนามรายได้เพิ่มขึ้น ก็เริ่มใช้จ่ายมากขึ้น ยอดค้าปลีกโตเป็นเป็นเลขสองหลัก   เดินทางโดยเครื่องบิน ซื้อคอนโด ซื้อรถ
เวียดนาม จุดที่น่าเป็นห่วงคือ หนี้สาธารณะเยอะเกือบ 60% ของ GDP  ทำให้การจะเพิ่มการลงทุนก็ลำบากตรงข้ามกับไทยที่หนี้ภาครัฐน้อย
ไทยมีหนี้ครัวเรือนสูง ส่วนเวียดนาม หนี้ครัวเรือนน้อย
ดังนั้นเวียดนามจึงพยายามเอาบริษัทมาขายในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำไปลงทุน Infrastructure

ถาม คุณพิกุล ว่า บางช่วงหุ้นเวียดนามตกหนัก มีวิธีทำใจอย่างไร
คุณพิกุล แนะนำให้ไปนั่งสมาธิ และพูดถึงแนวทางในการลงทุนว่า  เรื่องความผันผวนในการลงทุนเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อมันเป็นเรื่องของการคาดหวังก่อนการเอาเงินไปลงทุน
บริหารความเครียดจากจุดตั้งต้น กลับมาที่จุดเริ่มต้นในการซื้อหุ้นของเรา เพราะความคาดหวังเรื่องการเติบโตในอนาคตของบริษัทที่ซื้อ   ถ้าหุ้นตกจากปัจจัยเรื่องอื่น เช่นปัจจัยภายนอก Trade War เราก็ควรถือหุ้นไว้ ไม่ขาย แล้วทำใจแบบสบายๆ
แต่คนส่วนใหญ่ ตอนต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเวียดนามขึ้นมา 50% ก็หวังว่าตลาดหุ้นเวียดนามจะขึ้นไปอีก

ถามคุณเผ่า คาดการณ์ผลตอบแทนหุ้นเวียดนามปีละเท่าไหร่
ตอบ ถ้าอ้างอิงจากผลตอบแทนตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ไทยมา ผลตอบแทนรวมปันผลประมาณ 8% ต่อปี
ถ้านับจากหลังต้มยำกุ้ง จนถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนรวมปันผล 12%
แต่ถ้านับจากช่วงหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์มา ผลตอบแทนรวมปันผล15%
ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหุ้นในแต่ละประเทศจะเท่าๆกัน
ถ้าเป็นภาวะปกติ ผลตอบแทนรวมปันผลประมาณ 8%   แต่ถ้าผ่านวิกฤตมาอาจจะได้ 10-20%
แต่เรามีทักษะดี ศึกษาอย่างดีอาจได้ 10-20%
ถ้าตลาดหุ้นโตขึ้น แต่เราไม่พัฒนาเราอาจได้แย่กว่าตลาดหุ้น หรือขาดทุนก็เป็นไปได้
Jitta มี process ที่จะเข้ามาช่วยเรื่องการให้ข้อมูลระดับนึง ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลากับข้อมูลดิบเยอะ
แต่ในการลงทุนยิ่งไม่คาดหวังสูง (เน้นความเป็นไปได้) เช่น ตั้งไว้10%ต่อปี แต่ถ้าเราสามารถทำได้สูงกว่าก็สบายใจ

ถามคุณกมลยศ ปัจจัยอะไรที่ต้องจับตา ที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นเวียดนาม
มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก    เริ่มที่ภายนอกก่อน
ย้อนกลับไปอ้างอิงข้อมูลจากช่วงของ ดร. นิเวศน์ที่ว่าตลาดหุ้นเวียดนามประกอบไปด้วย นักลงทุนรายย่อย คิดเป็น 80%   ส่วนต่างประเทศที่มาลงทุนคิดเป็น 20%
แต่ 3-4 ปีที่ผ่านมา เงิน Fund flow มีผลต่อตลาดหุ้นเวียดนามเยอะมาก    ต่างชาติลงทุนได้กำไรเยอะ แต่ต้นปีที่ผ่านมาต่างชาติขายทำกำไรออกไปเป็นระยะ   ทำให้นักลงทุนรายย่อยที่เน้นการเก็งกำไรรายวัน ก็ขายตาม
ตอนมี trade war ก็มีเงินเข้ามาเพิ่มช่วงนี้
ระหว่างเวียดนามกับ USA   เวียดนามยัง trade surplus (คือเวียดนามยังได้เปรียบ USA อยู่ ณ. ตอนนี้) แต่ไม่มากเมื่อเทียบกับจีน ที่ได้ surplus เยอะกว่า
ส่วนปัจจัยภายในประเทศ   อีก 6 เดือนข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อเวียดนามเฉลี่ยแตะ 4% เพราะราคาหมู ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น  แต่ก็ยังอยู่ในกรอบที่กำหนดโดยธนาคารกลางเวียดนาม
ค่าเงิน Đong อ่อนเพียง 2.5% จากต้นปี   แต่เมื่อเทียบกับอินโด หรือฟิลิปปินส์ ที่ค่าเงินอ่อนค่าถึง 8-9%  ถือว่าค่าเงินเวียดนามอ่อนค่าน้อยมาก
และทางคนเวียดนามจะดูค่าเงิน  Đong against Yuan ด้วยว่าเป็นอย่างไร  เพราะในช่วง Crisis สิบปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นเวียดนามลงเยอะ เพราะมีการอ่อนค่าของค่าเงิน Yuan  เงิน Đong เลยอ่อนค่าด้วย ทำให้ตลาดหุ้นลงเยอะ   (เป้เพิ่มเติม–- เวลาแข่งกันส่งออก ถ้าค่าเงินใครอ่อนกว่า จะส่งออกได้เยอะกว่า เพราะสินค้าจะมีราคาถูกกว่า  ดังนั้นถ้าค่าเงิน Yuan อ่อน  ค่าเงิน Đong จะอ่อนตาม เพื่อให้สามารถแข่งขันได้  เวลาเงินอ่อนค่ามากๆ  คนที่ลงทุนในหุ้นจะขายเงิน Đong ทิ้งแลกกลับเป็นสกุลอื่น เพื่อไม่ให้ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้หุ้นตกเข้าไปอีก)
Trade war กับค่าเงินยังคงมีผลต่อตลาดหุ้น
ค่าเงิน เวลาขาย asset และไปถือ US$ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น
แต่ต้องดูเรื่องกระทบหรือไม่ คำตอบคือ ต้องดูแต่ละปัจจัย

Q: มุมมองการลงทุนของกองทุนรวม อยากเจาะลึกในแต่ละท่าน
A: คุณวิน CIMB เริ่มศึกษาหุ้นเวียดนามเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กับคุณวศิน ไปโฮจิมิน ฮานอย เป็นตลาดหุ้นมีstory
ชื่นชอบ เลยคุยกับผู้บริหารว่าตั้งกองเวียดนามกัน ทำกันเกือบปีถึงออกเป็นกองทุนได้
โดยร่วมกับผู้จัดการกองทุนในมาเลเซีย ไปเยี่ยมปีละ 3-4ครั้ง ดูพื้นฐานของบริษัทและหาราคาที่เหมาะสม
และ ดูความคาดหวังของคน ถ้าใครมองข้ามก็เป็นโอกาสของเราในการซื้อ
พอออกกองไม่นาน ติดปัญหาเรื่องภาษา ผู้บริหารของบริษัทไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ
เผอิญได้ลูกศิษย์ของผมที่สอนในนิด้า เป็นคนเวียดนาม คุณแอนนาสอบที่หนึ่งของรุ่น มาทำงานร่วมกับเราตอนต้นปี อยู่กรุงเทพ
ตอนนี้บินไปเวียดนามแทนผม ดูหุ้นรายตัว เลือกหุ้นที่เป็น Mid cap
กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ คือ อสังหา ธนาคาร หุ้นบริโภค
ใน port ธนาคารโตเร็ว เราต้องลงในsectorนี้ด้วย
คนเวียดนามมีเงินก็ซื้อคอนโดอยู่
ตลาดหุ้นเวียดนาม มี EPS growth 20% เทียบกับหุ้นไทยโต 7-8%
กองเราเน้นหุ้นขนาดกลาง PE ประมาณ 10เท่า เทียบกับตลาด 14.8 เท่า
เป็นการซื้อในเศรษฐกิจที่โต แต่ซื้อในราคา sales
ซื้อวันนี้ อาจต้องทำใจไม่ได้ขึ้นพรุ่งนี้ แต่ได้ราคาถูก
ใครลงทุนในกองนี้ อยากให้อยู่ยาวสักหน่อย เราห่วงเรื่องต้นทุนด้วย
และ ห่วงสภาพคล่องด้วย อาจมีการให้เพิ่มความถี่ให้เข้า ออก ได้มากขึ้น

คุณพิกุล บริหารprivate fund ซึ่งถือว่าเป็นบัญชีของลูกค้าแต่ละคน
เวลาซื้อหุ้น ที่มี FOL – Foreign Ownership Limit เป็น ล๊อตๆ ถ้ามีจำนวนน้อย คนเข้ามาก่อนก็ได้ไป
เราลงทุนแบบ Bottom up เรามองเวียดนามมีโอกาสโตในระยะยาว 3-5 ปี
มองว่าตลาดหุ้นเวียดนามโตได้อีกมาก
เราอยากเติบโตพร้อมกับตลาดหุ้นเวียดนามโดยมองหาบริษัทที่สามารถเติบโตไปกับเศรษฐกิจเวียดนามได้
ช่วงที่ระหว่างรอหุ้นที่ติด FOL อาจนำเงินไปลง ETF ได้

คุณกมลยศ Asset plus พูดถึง ASP-VIET ลงทุนแบบ 3 paths
1. JP Morgan 0-50%
2. ลงทุนในตราสารทุนตรง 0-30% ได้ dividend สูงๆด้วย
3. ลงทุนในETF เช่น Deutsche Asset management Xtrackers FTSE
Vietnam Swap UCITS ETS ,Dragon capital 30%  จะได้หุ้น IPOด้วย
ส่วนค่าธรรมเนียมเท่าๆกับที่อื่น ประมาณ 1.61%

คุณเผ่า Jitta wealth พูดถึงว่า เราเริ่มจากวิเคราะห์หุ้น ดูงบการเงิน10ปีย้อนหลัง ว่าบริษัทไหนน่าสนใจ
Function Jitta ranking จะช่วยจัดลำดับหุ้นที่มีราคาถูกที่สุดในตลาด 30 อันดับแรก
ถ้าลงทุนตามนี้ เราได้ผลตอบแทน 18% ก็สามารถชนะดัชนีได้ (ดัชนีตลาดเวียดนามที่ผ่านมาได้ประมาณ 13% ต่อปี)
หลายคนก็คิดว่าลงตามJitta ได้ไหม ลงทุนต้นปี 30ตัว และเปลี่ยนตัวตาม 30 ตัวแรก  ที่ ranking มาใหม่ตอนปลายปี
Jitta ยังสามารถลงทุนให้ โดยผ่าน Jitta wealth โดยลงแต่ละตัวเท่าๆกัน
Jitta จะซื้อหุ้นเวียดนาม 20 ตัว อย่างละเท่าๆกัน โดยไม่มี bias  อะไรทั้งสิ้น พอครบหนึ่งปีก็ปรับพอร์ตใหม่   ทุกคนจะได้พอร์ตที่ดีในช่วง ณ ขณะนั้น ถ้ามีตัวที่ติด FOL ก็จะไปเลือกหุ้นลำดับถัดมา
ที่ผ่านมาเราเริ่มให้ลงทุนใน Jitta Wealth ช่วงมิถุนา ถึงสิงหา เป็นช่วงที่ดีในการซื้อ
บางต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ในการซื้อหุ้นเวียดนาม .. กว่าจะครบ โดยใช้ระบบ Jitta จะเป็นคนส่ง order ให้ จนกว่าจะซื้อได้
แต่ตอนปรับพอร์ต อาจ drop ลงไปบ้าง เนื่องจาก liquidity ของหุ้นเวียดนามไม่ค่อยดี
เรามองว่าการลงทุนเป็นเวลาหลายปี น่าคุ้มค่ากว่าลงระยะสั้น  เพราะเราใช้หลัก Bottom up   เลือกหุ้นรายตัว..ไม่ได้ดูวงจรเศรษฐกิจบางตัวอาจขาดทุน แต่เรามองดูผลตอบแทนทั้งพอร์ตถ้าเป็นบวกก็ Ok
เราลงทุนหุ้นแบบ Passive ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาดหรือดัชนีชี้วัด
เราไม่สามารถปรับพอร์ต หุ้นรายตัวในช่วงระหว่างปี ดังนั้นคนที่มาลงทุนกับจิตตะต้องอดทนเข้าใจในความผันผวนระหว่างที่รอคอย
สามารถใช้กับทุกตลาดตามทฤษฏี แต่ต้องมีการทดสอบแต่ละตลาด เช่น อเมริกา เวียดนาม
เราทดสอบข้อมูล Back Test 9 ปีปรากฏว่าผลตอบแทนชนะตลาด

Q; ลงทุนเวียดนามดี แต่ขาดทุนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เราช่วยลูกค้าได้อย่างไร
A: คุณวิน ต้องบอกลูกค้าให้ทำใจว่า ไม่มีใครรับทำธุรกรรมปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินเวียดนาม   เราจะบอกนักลงทุนไว้ก่อนลงทุน  โชคดีที่ปีนี้ค่าเงินนิ่งเวียดนามมากๆเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน
ส่วน Asset plus บอกว่าก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องป้องกันค่าเงินได้

Q: อยากให้คุณวินแนะนำเรื่องจังหวะเข้าลงทุนหุ้นเวียดนาม
A: คุณวินแนะนำ ว่าจังหวะที่น่าสงทุนในหุ้นเวียดนามคือซื้อตอนคนมาสัมมนาน้อยๆ (ฮา)  ปีที่แล้วคนชอบเยอะ  มันเป็นเรื่องขิงจิตวิทยา ว่าเรามักจะชอบหุ้นตอนที่มันดี
ปีที่แล้วได้กำไร แต่ปีนี้หุ้นตก เหมือนคนจะชอบน้อยลง
คุณพิกุล เวลาที่เราจะขายหุ้นคือเวลาที่ต้องการใช้เงิน  (แปลว่าควรถือยาวๆ)   ตอนที่ฟิลิปเริ่มสนใจการลงทุนในเวียดนาม ก็เป็นช่วงตลาดหุ้นเวียดนามตกต่ำที่สุด   ตอนนั้นเป็นช่วงปี 2013   ถือเป็นช่วงที่น่าลงทุนมากสุดสำหรับตลาดหุ้นเวียดนาม  หาหุ้นได้ไม่ยาก
แต่ตอนที่มางานนี้ เมื่อตอนเดือนมกราปีนี้ ตอนนั้นไม่รู้จะซื้อหุ้นอะไร  ตอนนี้ราคาเริ่มลงมาในระดับ reasonable เป็นจังหวะที่ดีกว่าต้นปีมากเลยทีเดียว
ในกรณีที่ต้องการลงทุนระยะยาว ความเสี่ยงจาก currency , liquidity risk จะไม่ค่อยมีผลต่อพอร์ตการลงทุน    ระหว่างที่รอเราต้องทำใจ ถ้าลงทุนได้ยาวพอ  ตลาดหุ้นเวียดนาม เชื่อว่าจะเติบโตล้อไปตามเศรษฐกิจเวียดนาม  ..คิดว่าน่าสนใจลงทุน ตอนนี้ลงทุนถือว่าเหมาะสม

Q: เงินลงทุนในเวียดนาม สามารถทำ DCA ได้ไหม
A: คุณกมลยศ Asset plus แจ้งว่าสามารถทำได้ ผ่าน Fund connect  แต่กองทุนของเราซื้อได้ทุกวัน และ ขายได้ทุกอาทิตย์  ส่วนค่า Front end มีการเก็บค่าธรรมเนียม ตั้งแต่ 0.25% ขึ้นไป ไม่อยากให้นักลงทุนเทรดแบบระยะสั้น

Q : บางช่วงตลาดหุ้นเวียดนามทำกำไรได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีโอกาสเจอฟองสบู่อีกครั้งไหม
A: คุณวิน บอกว่าตลาดหุ้นเวียดนามเคยเจอฟองสบู่แตกมารอบนึง สาเหตุจาก  เงินเฟ้อสูง, ขาดดุลงบประมาณ และ การค้า   ตอนนี้เราก็ monitor เงินเฟ้อ ประมาณ 4% เห็นว่าเมื่อก่อนเคยถึงสองหลัก ตอนนี้เงินเฟ้อเหลือแค่หลักเดียว    ส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ ตอนวิกฤตมีทุนสำรองน้อย แต่รอบนี้เวียดนามเปลี่ยนไปแล้ว เพราะได้ดุลการค้าเกินดุล  มีเงินเข้าประเทศเยอะ จึงมีทุนสำรองเยอะ
เราต้องดูอสังหาริมทรัพย์ รอบที่แล้วคนเวียดนามก็มีเก็งกำไรคอนโด เหมือนไทย คือซื้อขายใบจอ แต่ปัจจุบันรัฐบาลเปลี่ยนแนว ให้กู้กับคนธรรมดาแทนบริษัทมากขึ้น (ให้กู้กับคนที่ต้องการซื้อบ้านจริงๆ)  ทำให้ฟองสบู่ไม่น่าเกิด  ดูรวมๆน่าจะ ok แต่ก็ไม่วางใจ ยังดูอยู่ใกล้ชิด

คุณพิกุล บอกว่า เวียดนามได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในปี 2007  มา  พบว่าวินัยของผู้ประกอบการดีขึ้น มาเน้นทำธุรกิจหลักของตัวเองมากขึ้น  พยายามขายทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป
คุณกมลยศ Asset plus บอกว่าเวียดนามโตจาก sector Bank เวลาวิกฤตเกิด มักจะมาจาก Bank
ปีนี้เงินเฟ้อเพิ่มเป็น 4% ทำให้เกิดการควบคุมการขยาย credit จาก regulator    ส่วนภาคอสังหา อยู่ในช่วงการโต เมื่อก่อนเป็น sector  ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤต  แต่ปัจจุบันการให้ประชาชนซื้อบ้าน   แต่ 70% ซื้อด้วยเงินสด ทำให้ปัญหาจากอสังหาไปภาคธนาคารน้อยลงไป..ไม่น่ากังวล
ส่วน NPL ของ Sector Bank ค่อนข้างต่ำ
เวียดนามทำเรื่องแยกธนาคารดี กับ ไม่ดี ตอนวิกฤตทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่เหมือนไทย  เวียดนามเป็นตลาดที่มีความเสี่ยง เรื่องผู้บริหารอาจถูกจับ เราต้องยอมรับก่อนลงทุน  เลยอยากจะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นหลายตัวดีกว่า
คุณเผ่า เสริม Bubble จะเกิดเมื่อไหร่ วอร์เรนเชียร์ให้ลงทุนแบบ passive ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่า Active   และลงทุนให้ยาวพอ ยกตัวอย่าง เงินลงทุน 10,000$ เมื่อ70 ผ่านไป ได้เงิน 1 ล้านเหรียญ  ทุกคนพยายามมองให้เข้าใจ ใช้ประโยชน์จาก Bubble และ หาจังหวะลงทุนเพื่อถือยาว
Q: สอบถามเรื่อง VAMC ถ้ายกเลิกแล้ว ทิศทางของธนาคารเวียดนามจะเป็นอย่างไร
A: คุณพิกุล เล่าย้อนก่อนว่า VAMC ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อนำหนี้เสียของธนาคารแยกออกมาจัดการต่างหาก  โดยเอาหนี้เสียยมากองไว้ที่ VAMC     แล้ว VAMC ออกตั๋วออกมาใบนึงมูลค่าประมาณ  80% ของมูลหนี้ทั้งหมด  แล้วธนาคารพาณิชย์ต่างๆก็นำตั๋วนี้ไปขึ้นเงินกับแบงก์ชาติของเวียดนาม เพื่อแลกกลับเข้าไปเป็น  equity ในระบบ  โดยธนาคารต่างๆมีหน้าที่ตั้งสำรองทุกๆปี ปีละ 20%   แล้วพอครบ 5 ปี  ธนาคารต้องซื้อคืนหนี้กลับมา     ถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบตอนที่จัดตั้งขึ้นมาแรกๆ  แต่ผลปรากฎว่า ธนาคารต่างๆ ได้นำเงินที่ไหลกลับเข้ามาในระบบ มาปล่อยกู้มากขึ้น  กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการปล่อยกู้ของเวียดนามเริ่มอยู่ตัว  และการที่ไม่ต้องตั้งสำรองทันทีทั้งก้อน ทำให้ธนาคารต่างๆมีเวลาตั้งตัว  และเมื่อไม่ต้องนำหนี้เสียมาเร่ขายทันที สามารถรอเวลาให้เศรษฐกิจฟื้นกลับขึ้นมาได้ ทำให้ราคาของสินทรัพย์ NPL ดีขึ้น  ขายได้ราคาดีขึ้น (ไม่ต้องเอาออกมาขายในราคาต่ำๆ เหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย)
Q: Global play ประเทศไหนน่าสนใจ
A: จีนน่าสนใจ ถึงโดน trade war ท้ายสุดก็น่าจะมีเจรจา  จีนตอนนี้เน้นผลิตสินค้า Hitech และทำ cloud computing มากขึ้น

Q: ถามคุณเผ่า สำหรับการลงทุนใน Jitta Wealth เรื่อง market timing กับการholdไม่ซื้อขายใน 1 ปี
อันไหนดีกว่ากัน
A: คุณเผ่า บอกว่า ในระยะสั้น จังหวะเวลามีผล แต่ในระยะยาว เช่น 12 ปี ผลตอบแทนจะใกล้เคียงกัน  วินัยในการลงทุน ดีกว่าการจับจังหวะในการลงทุน

Q: ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่างกับรายย่อยหรือไม่
A:คุณกมลยศ asset plus บอกว่าเราลงทุนตรง และ ผ่านกองทุนรวมด้วย  เราลงทุนตรง ได้ข้อมูลเยอะกว่า ได้ค่าcomถูกกว่ามาลดค่าใช้จ่าย   ETF ปกติจะมีค่า Fee ที่ต่ำอยู่แล้ว ถ้าถือเกินระดับที่กำหนดก็เสียค่าFeeถูกลง

Q: มีแนวคิดอย่างไรกลุ่มก่อสร้าง
A: คุณวิน ตอบว่าธุรกิจก่อสร้างบูม น่าจะได้ประโยชน์

Q: Sector ที่ชอบสำหรับแต่ละท่าน
A: คุณกมลยศ Asset Plus บอกว่าให้ดู กลุ่มค้าปลีก ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์    นักลงทุนต้องทำการบ้านแยกบริษัทที่ดีมาทำ valuation   รวมทั้งหาข่าว ว่าบริษัทมีการพัฒนาการอย่างไร ถือเป็น upsideของการลงทุน

คุณวิน เราต้องทำการบ้านเพื่อเลือกหุ้นที่ชอบ ตลาดนี้ บางทีเจอบริษัทดี แต่ไปพบไม่ได้ ก็ต้องตัดไป

คุณพิกุล เสริมเรื่องความเสี่ยง regulationเป็นเรื่องสำคัญ กฎระเบียบเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก

คุณเผ่า Stay invest ลงทุนด้วยความเข้าใจภาพ
เราลงทุนในช่องทางที่ถูกต้อง เช่น กองทุนรวม หรือ ลงทุนด้วยตนเอง อย่าไปปล่อยเงินให้อยู่เฉยๆ
ความรู้เป็นเรื่องดี แต่ต้องปฏิบัติด้วย

สุดท้ายขอขอบคุณ วิทยากรทุกท่านที่มาให้ข้อมูลและความรู้ด้วยครับ/ค่ะ


Cr: งานรวมพลคนลงทุนหุ้นเวียดนาม 61 by VVI group

Special Thanks
สรุปเนื้อหาโดยคุณเป้ และพี่อมร Seminar knowledge by Amorn ค่ะ