ประสบการณ์จากเวียดนามเมือง “ติดปีก” ตอนที่ 1 โดย BLS Global Investing

0
539

ผมเพิ่งกลับจากการศึกษาดูงานที่นครโฮจิมินห์ หรือชื่อเดิมว่า ไซง่อน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม สิ่งที่ผมได้เห็นกับตาเป็นเครื่องยืนยันบทความตามหน้าสื่อต่างๆ ไม่ว่าทั้งไทยและเทศที่ว่าเศรษฐกิจเวียดนามน่าจะโตได้ 6-7% ต่อปี ไปอย่างน้อยอีก 10 ปี และสิ่งที่ไทยเคยใช้เวลากว่า 20 ปี ในการพัฒนาประเทศมาจนถึงปัจจุบัน เวียดนามอาจทำได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี นักธุรกิจไทยที่ผมได้พบที่เวียดนามต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…วันนี้ถ้าให้เขากลับไทย มีร้องไห้แน่นอน…ลองมาดูกันครับว่า เวียดนามมีดีอะไร ? เหล่านักธุรกิจถึงได้ติดใจกันขนาดนี้ ?

…เวียดนามมีประชากรกว่า 97 ล้านคน โดยตลอดเส้นทางที่ผมได้เดินทางผ่าน พบผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ต่างกับไทยที่ประชากรส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ สิ่งที่ทำให้ผมสงสัยก็คือ เมื่อผมนั่งรถออกไปชมเมืองช่วงหัวค่ำ เวลา 3-4 ทุ่ม พบว่าร้านอาหาร ถนนหนทางยังคึกคักมาก ผู้คนแน่นร้านตลอดเส้นทาง แม้จะเป็นคืนวันธรรมดา มีหนุ่มสาวจำนวนมากนั่งจับกลุ่มกัน นั่งบนมอเตอร์ไซด์บ้าง ตามเก้าอี้บนพื้นถนนบ้าง โดยบริโภคอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ไปด้วย ซึ่งหากเทียบกับไทยแล้ว แค่เวลา 2 ทุ่ม ร้านค้าก็คงเงียบเหงาหงอย นี่น่าจะเป็นเครื่องยืนยันว่าเศรษฐกิจเวียดนามคึกคักจริง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทต่างชาติแห่กันเข้าไปลงทุน ด้วยกำลังซื้อที่มหาศาล แถมยังเป็นคนหนุ่มสาวที่กำลังมีรายได้เพิ่มขึ้น…

ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่ Big C เวียดนาม (เจ้าของ Big C เวียดนาม คือ กลุ่ม Central ต่างกับที่ไทยที่เจ้าของ คือ Berli Jucker (BJC)) ซึ่งคุณ Phillippe Broianigo ซึ่งเป็น Group CEO ของ Central Group เวียดนามให้เกียรติมาบรรยายด้วยตัวเอง ท่านบอกว่า ยอดขายที่เวียดนาม คิดเป็นราว 13% ของทั้งกลุ่ม Central โดยไทยอยู่ที่ราว 72% และยุโรป 15% ท่านเชื่อว่า ธุรกิจค้าปลีกที่เวียดนามยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ต่างกับไทยที่เริ่มอิ่มตัวแล้ว โดยตั้งเป้าในอนาคตว่า ยอดขายจากเวียดนามจะขึ้นไปมากกว่า 20% ของทั้งกลุ่ม Central ในอีก 3 ปีข้างหน้า ผมเองได้เดินสำรวจที่ชั้นซุปเปอร์มาเก็ต พบว่าสินค้ามีความคล้ายคลึงกับไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง ผลไม้ ฯลฯ สะท้อนว่าในแงวัฒนธรรมแล้วคนเวียดนามอาจไม่ได้ต่างกับคนไทยมากนัก

หลังจากนั้น ผมได้ไปที่ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ซึ่งเป็นตลาดหุ้นหลักของเวียดนาม (คล้าย SET ของไทย) โดยตลาดนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 2000 มีบริษัทจดทะเบียนล่าสุดอยู่ที่ 380 บริษัท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่หากลองนับรวมกับตลาดหลักทรัพย์ฮานอย และตลาด UPCom แล้ว (เปิดทำการปี 2005) เวียดนามจะมีหุ้นจดทะเบียนทั้งหมดกว่า 1,200 บริษัท

โดยขนาดอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด คือ กลุ่มอสังหาฯ การเงิน และบริโภค ซึ่งต่างกับของไทยเล็กน้อยที่กลุ่มใหญ่สุดจะเป็น พลังงาน การเงิน และบริโภค นอกจากนี้ หากพิจารณาสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติพบว่า มีทิศทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความหวังที่ว่า เวียดนามจะได้การ Upgrade ขึ้นเป็น Emerging market status หากสามารถแก้เกณฑ์สำคัญเรื่อง Foreign limit รวมถึงการออก NVDR ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในไทย เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้นเวียดนามได้สะดวกขึ้น หลายสำนักถึงกับคาดการณ์กันว่า อาจมีเงินทุนไหลเข้าเวียดนามเป็นแสนล้านบาท หากได้รับการ Upgrade จริง

นอกจากนี้ ผมได้พบกับนักธุรกิจชั้นนำของเวียดนามจากหลากหลายบริษัท อาทิ จาก SCG Vietnam, BIG C Vietnam, Southeast Asia ISN an AB Agri และธนาคารกรุงเทพเวียดนาม โดยมีแนวโน้มในธุรกิจที่น่าสนใจเริ่มที่ธุรกิจปูนซีเมนต์ ที่ demand โดยรวมสูงถึง 80 ล้านตันต่อปี ขณะที่ไทยอยู่ที่เพียง 20 ล้านตันต่อปี แต่หากจะไปลงทุนต้องเลือกพื้นที่ดีๆ เพราะปูนนั้นเกิดสภาวะ oversupply ในโซนภาคเหนือ แต่ภาคใต้ demand ยังดี ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจก่อสร้างที่ยังเติบโตได้ราว 9-10% ต่อปี ขณะที่ธุรกิจส่งออก เช่น กุ้ง ข้าว หรืออาหารสัตว์นั้น เวียดนามส่งออกได้มากกว่าไทยนานแล้ว

อย่างไรก็ดี ธุรกิจธนาคารในเวียดนามมีการแข่งขันสูงมาก เนื่องจากมีธนาคารกว่า 100 แห่ง รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เป็นสมรภูมิเลือด อีกทั้งเจอปัญหาด้านที่ดินในเมืองราคาสูง ค่าเช่าแพง จึงไม่ง่ายนักหากจะเข้าไปลงทุน โดยมีเกร็ดที่น่าสนใจว่า ลูกค้าในภาคเหนือจะมีความ Royalty ใน Brand สินค้ามากกว่าภาคใต้ ขณะที่ธุรกิจบริโภคยังไปได้ดี คนมีกำลังซื้อสูง เช่น คนเวียดนามดื่มเบียร์เป็นอันดับ 2-3 ของโลก นอกจากนี้ เวียดนามยังมีจุดเด่นที่ค่าแรงต่ำ และมี FTA กว่า 10 ฉบับ ที่ครอบคลุม 80% ของ GDP โลก ทำให้ธุรกิจส่งออกเติบโตได้ดีในช่วงที่ผ่านมา โดย “คุณธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์” SVP และผู้จัดการทั่วไปธนาคารกรุงเทพ เวียดนาม กล่าวว่า “เขาชอบเวียดนามมากใน 3 เรื่อง คือ 1. กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง 2. คนมี Unity สูง และ 3. รัฐบาลฉลาดมาก”

ในบทความหน้าผมจะมาเล่าถึงบริษัทจดทะเบียนในเวียดนามที่ได้มีโอกาสพบ และได้ไปเยี่ยมชม คอยติดตามนะครับ 🙂


สร้างโอกาสลงทุนในหุ้นเวียดนามชั้นนำ 30 ตัวง่ายๆ ด้วย DR “E1VFVN3001”
ศึกษารายละเอียดได้ที่ www.bualuang.co.th/dr

Credit: http://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/vietnam-session1/


ศึกษาธุรกิจ-หุ้นเวียดนามไปพร้อมกับการท่องเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ ได้ในทริปสัมมนา Tour-Learn-Earn more in Ho Chi Minh City 28-30 กรกฏาคม 2562
สนใจคลิ๊ก:
https://forms.gle/BV3Ww6vJh7Kh3bDc9