รู้จักกับ Jollibee บริษัทแม่ Highlands Coffee

0
50
Jollibee
รู้จักกับ Jollibee บริษัทแม่ Highlands Coffee

Highlands Coffee รายงานการขาดทุนครั้งแรกในปีที่แล้ว แต่ยังคงเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดในเครือของ Jollibee Vietnam
.
ปัจจุบัน Highlands Coffee มีจำนวนสาขากว่า 520 แห่ง ณ (สิงหาคม 2022) และเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมร้านกาแฟที่การแข่งขันดุเดือดขึ้นทุกวัน
แบรนด์นี้รายงานขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยมีกำไรติดลบกว่า 19 พันล้านดอง อย่างไรก็ตาม Highlands ยังคงเป็นหน่วยธุรกิจที่แย่น้อยที่สุดในบรรดาธุรกิจของ Jollibee Foods Corporation ในเวียดนาม
.
.
แล้วใครคือเจ้าของ Highlands Coffee…?
.
Highlands Coffee ก่อตั้งโดย David Thai ในปี 1999 และถูก Jollibee Foods Corporation (JFC) เข้าซื้อในปี 2012
และ JFC ก็ยังได้เข้าซื้อเชนร้านขายเฝอ Pho24 และ ร้านกาแฟ Coffee Bean & Tea Leaf ในปี 2019 อีกด้วย
.
Jollibee Foods Corporation ก่อตั้งโดย Tony Tan Caktiong มหาเศรษฐีอันดับที่ 7 ในฟิลิปปินส์ ตามสถิติของ Forbes
เขาเกิดในครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเลในฟิลิปปินส์
ตั้งแต่วัยเด็ก Caktiong มีพรสวรรค์ในการประเมินและตัดสินรสชาติอาหาร โดยแม่ของเขาเคยบอกว่าเขาเป็นลูกที่เลี้ยงยากที่สุดเพราะเขากินยาก
.
พ่อแม่ของเขาเปิดร้านอาหารเพื่อเลี้ยงลูกทั้ง 7 คน เขาและพี่น้องทำทุกอย่างตั้งแต่ล้างจานไปจนถึงจัดโต๊ะและให้บริการลูกค้า ในช่วงวัยเด็ก พ่อของเขามักจะสอนเขาเสมอว่าอาหารที่เขาปรุงนั้นต้องอร่อย
.
Caktiong จบปริญญาในสาขาวิศวกรรมเคมี และคิดว่าคงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารอีก จนกระทั่งในปี 1975 Caktiong ได้ไปเยี่ยมโรงงานไอศกรีมแห่งหนึ่ง และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ใช้เงิน 7,000 ดอลลาร์เพื่อซื้อแฟรนไชส์ของแบรนด์ไอศกรีม Magnolia ชายหนุ่มวัย 22 ปีเริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยร้านไอศกรีมสองแห่งในกรุงมะนิลา
.
Tony Tan Caktiong ค่อยๆ เปิดขายเมนูอื่นๆ เช่น เบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด ไก่ทอด… และก่อตั้ง Jollibee Foods Corporation ในที่สุด ภายใต้บริษัท JFC เขาเข้าซื้อกิจการเครืออาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ มากมาย ปัจจุบันอาณาจักรนี้มีร้านอาหารในเครือมากกว่า 3,200 แห่งในฟิลิปปินส์และมากกว่า 2,600 ร้านค้าในต่างประเทศ จากข้อมูลของ Forbes JFC เป็นหนึ่งในเครือข่ายร้านอาหารเอเชียที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
.
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายได้และกำไรของบริษัท JFC เพิ่มขึ้นในอัตรา 15% ต่อปี ก่อนหน้านี้ บริษัทกล่าวว่าจะเพิ่มขนาดธุรกิจเป็นสองเท่าทุก ๆ ห้าปี และ ใน 2 ปีที่ผ่านมาของการแพร่ระบาดโควิด Jollibee Foods ก็สามารถก้าวผ่านมาได้โดย ณ ปัจจุบันทุกแบรนด์เติบโตเป็นเลขสองหลักแล้ว
.
ในไตรมาสที่สองของปี 2022 JFC รายงานกำไรหลังหักภาษีประมาณ 2.7 พันล้านเปโซ (มากกว่า 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3 เท่า ยอดขายทั่วทั้งระบบของเครือบริษัทและแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น 45% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 73.1 พันล้านเปโซ
.
Highlands Coffee – พระเอกในตลาดเวียดนาม
.
นอกประเทศบ้านเกิด Jollibee Foods Corporation ระบุว่าเวียดนามเป็นผู้นำตลาดเชิงกลยุทธ์ บริษัทเคยเล่าให้ฟังว่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาตลาดเวียดนามที่ประกอบไปด้วยผู้บริโภคเกือบ 100 ล้านคน มีการเติบโตที่สูงที่สุดในบรรดาหน่วยธุรกิจของ JFC
.
Jollibee Vietnam Co., Ltd. เข้าสู่ตลาดเวียดนามอย่างเป็นทางการในปี 2005 แม้จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ขยับตัวเร็ว แต่ JFC ก็ยังไม่สามารถเป็นผู้นำตลาดได้จนถึงตอนนี้ หลังจากตั้งเป้าเปิดร้าน 300 แห่งภายในปี 2020 และเริ่มเปิดแฟรนไชส์ในเดือนพฤศจิกายน 2015 Jollibee เพิ่งเปิดจุดขายที่ 150 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2022 ตัวเลขนี้สูงกว่าคู่แข่งอย่าง Popeyes, McDonald’s, Burger King.. แต่ยังคงต่ำกว่า KFC และเท่ากับประมาณสามในสี่ของจำนวนจุดขายของ Loteria
.
การมีเครือข่ายที่กว้างขวางช่วยให้รายได้ของ Jollibee Vietnam เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2017-2019 ด้วยอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 40-50% เสมอ
.
JFC ยังเป็นเจ้าของ Pho 24 ร้านขายเฝอ ซึ่งเดิมทีทาง JFC ตั้งเป้าที่จะขยายสาขา 1,000 แห่ง แต่ปัจจุบันมีเพียง 22 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในนครโฮจิมินห์
.
ในช่วงปี 2018-2019 JFC กล่าวว่า Pho 24 ขายเฝอได้ 5 ล้านชามต่อปี ตามงบการเงินเฉพาะของบริษัท Pho 24 บันทึกรายรับสูงสุดที่ 119.5 พันล้านดองในปี 2019 อย่างไรก็ตาม Pho 24 ยังคงอยู่ในสถานการณ์ขาดทุนเช่นเดียวกันกับ Jollibee Vietnam
.
ในบรรดาเครือร้านอาหาร 4 แห่งที่ JFC ดำเนินการในเวียดนาม Highlands Coffee ถือเป็น พระเอก เพียงผู้เดียว เมื่อต้นปีที่แล้วตัวแทนของ Jollibee Foods กล่าวว่าร้านกาแฟในเครือนี้เป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด มีการเปิดร้านใหม่อย่างต่อเนื่องและได้บันทึกผลกำไร ก่อนเกิดโรคระบาด Highlands Coffee สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนสูงมาก โดยมีอัตราการเปิดร้านประมาณ 2 สาขาต่อสัปดาห์
.
อันที่จริงรายรับของ Highlands Coffee เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกินเกณฑ์ 1,000 พันล้านดองดองเป็นครั้งแรกในปี 2017 เพียงสองปีต่อมา ตัวเลขข้างต้นก็เกินเกณฑ์ที่ 2,000 พันล้านดอง เมื่อเทียบกับกลุ่มเครื่องดื่มอื่นๆ ในตลาด อัตรากำไรขั้นต้นของ Highlands Coffee อยู่ในกลุ่มสูงสุดเสมอ โดยคงระดับประมาณ 70% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
.
ในแง่ของกำไรสุทธิ Highlands Coffee ยังคงรักษาระดับเกือบ 100 พันล้านดองในปี 2017 และ 2018 โดยลดลงเหลือ 55-80 พันล้านดองในอีกสองปีข้างหน้า แม้จะมีรายรับสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม การระบาดใหญ่ได้ขัดขวางการเติบโตของ Highlands Coffee โดยรายได้ปีที่แล้วลดลงเกือบ 20% และบริษัทยังรายงานการขาดทุนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014
.
ในไตรมาสที่สองของปี 2565 ผู้นำของ Jollibee Foods กล่าวว่ากลุ่มเครื่องดื่มมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ของบริษัท Highlands Coffee เพียงแห่งเดียวได้เปิดสาขาใหม่ 25 แห่ง โดยขยายไปถึง 525 แห่งในเวียดนามและฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม JFC ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าเนื่องจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงเป็นอุปสรรคต่อห่วงโซ่ธุรกิจ ภายใต้แรงกดดันนี้ Highlands Coffee ได้เพิ่มราคาขายเครื่องดื่มบางประเภทขึ้น 4,000-10,000 VND ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ในเดือนมิถุนายน
.
ขณะที่ Highlands Coffee กำลังขยายสาขา Coffe Bean & Tea Leaf อีกหนึ่งแบรนด์ร้านกาแฟในเครือ JFC กลับมีเพียง 6 สาขา หลังจากดำเนินกิจการมา 14 ปีในเวียดนาม
Coffee Bean มีราคาขายที่สูงกว่า Highlands Coffee 1.5-2 เท่า และร้านค้าส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

ในช่วงปี 2017-2021 รายได้ของ Coffee Bean & Tea Leaf Vietnam ลดลงอย่างต่อเนื่อง และขาดทุนกว่าหลายหมื่นล้านดองในเวลาหลายปีที่ผ่านมา
.
ด้วยจำนวนร้านค้าเพียงเล็กน้อย ตลาดเวียดนามจึงมีบทบาทเล็กน้อยสำหรับแบรนด์ Coffee Bean & Tea Leaf และรายงานประจำปีล่าสุดของ Jollibee Foods มิได้กล่าวถึงการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของตลาดเวียดนามในเชิงผลลัพธ์ทางธุรกิจของแบรนด์กาแฟแห่งนี้
.
.
ขอบคุณข้อมูลจาก VnExpress (13/8/22)
.
——————————————

สนใจสมัครคอร์ส / สัมมนา / VVI Membership
คลิ๊กดูรายละเอียดและสมัครได้ที่
https://class.vietnamvi.com/